AOT ยันขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก เพื่อพัฒนาสนามบิน ไม่ได้หวังกำไร
AOT ยัน ปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก ไม่ได้หวังเพิ่มกำไร แต่รองรับแผนลงทุนพัฒนาสนามบิน มั่นใจไม่กระทบการเดินทาง เหตุ ต้นทุนหลักยังเป็นราคาน้ำมันเครื่องบิน
หลังจากที่มีการปรับขึ้นอัตราค่าบริการผู้โดยสารขาออก หรือ Passenger Service Charge (PSC) ระหว่างประเทศ จาก 730 บาท เป็น 1,120 บาท หรือเพิ่มขึ้น 390 บาทต่อคน ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา
ล่าสุด นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ยืนยันว่า การปรับขึ้นอัตรา PSC ดังกล่าวเป็นการปรับสมดุลระหว่างรายได้และภาระการลงทุน
ในการรองรับแผนพัฒนาสนามบินทั่วประเทศในระยะยาว และเพื่อลดการกู้เงินเพิ่มเติมที่ส่งผลให้กลายเป็นหนี้สาธารณะในอนาคต ไม่ใช่การปรับขึ้นเพื่อเพิ่มผลกำไรขององค์กร
พร้อมยืนยันว่า ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทางของผู้โดยสารยังคงเป็นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน ซึ่งคิดเป็นประมาณ 40% ของราคาบัตรโดยสาร ขณะที่ค่า PSC มีสัดส่วนเพียงประมาณ 5% ของต้นทุนการเดินทาง จึงเชื่อว่าการปรับอัตราค่าบริการครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อความต้องการเดินทางทางอากาศอย่างมีนัยสำคัญ
พร้อมประเมินว่า หากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางคลี่คลาย ปีงบประมาณ 2569 จำนวนผู้โดยสารจะกลับมาเติบโตประมาณ 2% หรืออยู่ที่ประมาณ 129 ล้านคน แม้ว่าราคาน้ำมันอากาศยานอาจยังอยู่ในระดับสูงอีกระยะหนึ่งก็ตาม
ขณะที่รายได้จากค่า PSC นางสาวปวีณา ระบุว่า ส่วนใหญ่มาจากผู้โดยสารระหว่างประเทศที่เป็นชาวต่างชาติ ที่มีสัดส่วนประมาณ 60% ของผู้โดยสารทั้งหมด ขณะที่ปีที่ผ่านมา AOT มีผู้โดยสารระหว่างประเทศประมาณ 34 ล้านคน ทำให้รายได้ส่วนเพิ่มจะถูกนำกลับไปใช้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินโดยตรง
นอกจากนี้ ผู้โดยสารต่างชาติเป็นผู้ชำระค่า PSC คิดเป็นสัดส่วนถึงประมาณ 86% ของรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการปรับอัตราครั้งนี้ จึงถือเป็นการนำรายได้จากภาคการท่องเที่ยวกลับมาลงทุนพัฒนาสนามบินของไทย เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB